Categoryสถานที่

อุบลราชธานี

สภาพบ้านเมืองอุุบลราชธานีสมัยก่อนนั้นอยู่ในสภาพที่ลูกบ้านมีความเชื่อฟังผู้หลักผู้ใหญ่ในท้องที่ การทำมาหากินไม่ต้องแก่งแย่งกันเพราะอุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพย์ในดินสินในน้ำ ประชาชนตั้งมั่นอยู่ในจารีตประเพณีและศีลธรรมอันดีงาม จนสมัยที่พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์ เสด็จมาประทับที่เมืองอุบลราชธานี สภาพเศรษฐกิจ สังคมเปลี่ยนไปเป็นแบบสมัยใหม่ พระกรณีกิจสำคัญที่นำความเจริญรุ่งเรืองมาสู่เมืองอุบลราชธานีได้แก่ จัดตั้งกองทหาร กองตำรวจภูธร ส่งเสริมพระพุทธศาสนา ส่งเสริมด้านการศึกษา จัดให้มีการสอนหนังสือไทยในเมืองอุบลราชธานี มีการตัดถนนหนทางให้เป็นสัดส่วนและเป็นระเบียบ และนำเอาชื่อเจ้านายพื้นเมืองมาใส่เป็นชื่อถนน อาคารบ้านเรือนในสมัยนั้นส่วนมากจะเป็นตึกดินซึ่งเป็นตึกแบบจีนเป็นตึกสมัยแรก ต่อมาจึงมีตึกห้างคือตึกสองชั้น สิ่งเหล่านี้ได้มีพัฒนาการไปสู่ความเจริญงอกงามตามยุคสมัยมาจนถึงปัจจุบัน

โรงภาพยนตร์เฉลิมสิน

โรงภาพยนตร์เฉลิมสิน ตั้งอยู่ที่สี่แยกวงเวียนน้ำพุ ใกล้กับเชิงสะพานเสรีประชาธิปไตย เป็นหนึ่งในโรงภาพยนตร์ของเมืองอุบลราชธานีที่ได้รับความนิยมจากผู้คนในสมัยนั้น ปัจจบันได้เปลี่ยนเป็นร้านขายรองเท้าบาจา และขายโคมไฟฟ้าแล้ว โรงภาพยนตร์ที่เกิดขึ้นในเมืองอุบลราชธานีมีหลายโรง มีลักษณะเป็นโรงเดี่ยว และมีการฉายหนังควบ คือ ซื้อตั๋วหนึ่งใบสามารถดูได้สองเรื่องต่อกัน โรงภาพยนตร์ในเมืองอุบลราชธานี เช่น โรงภาพยนตร์ใต้ฟ้า ถนนพรหมราช ตรงข้ามวัดกลาง โรงภาพยนตร์เฉลิมวัฒนา (เดิม) ถนนพรหมเทพ ใกล้ ๆ กับโรงภาพยนตร์ใต้ฟ้า โรงภาพยนตร์อุบลภาพยนต์ 1 ถนนยุทธภัณฑ์ หลังโรงแรมอุบลศรีกมล โรงภาพยนตร์อุบลภาพยนต์ 2

สถานีรถไฟอุบลราชธานี

ประวัติการสร้างเส้นทางรถไฟสายนครราชสีมา – อุบลราชธานี หลังจากการก่อสร้างทางรถไฟสายกรุงเทพ-นครราชสีมา แล้วเสร็จและเปิดการเดินรถ ในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2443 จนถึงปี พ.ศ. 2460 จึงได้เริ่มทำการก่อสร้างทางรถไฟต่อไปยังสถานีอุบลราชธานี โดยเป็นทางกว้าง 1.00 เมตร เพื่อให้สอดคล้องกับขนาดทางรถไฟจากกรุงเทพ – นครราชสีมา ซึ่งเดิมได้วางเอาไว้ขนาดกว้าง 1.435 เมตร และอยู่ในระหว่างการปรับเปลี่ยนให้มีความกว้าง 1.00

มณฑลทหารบกที่ 22

มณฑลอีสาน แต่เดิมเรียกว่า มณฑลลาวกาว มีอุปราช และเจ้าผู้ครองนครปกครองกิจการทหารในสมัยนั้น ได้จัดตั้งเป็นหน่วย กรม กอง แต่ไม่มีการเกณฑ์พลเรือนเข้ารับราชการเมื่อมีราชการสงคราม เจ้าผู้ครองนครก็เกณฑ์ไพร่พลออกทำการป้องการบ้านเมือง จนกระทั่งในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงดำริว่าการจัดทหารป้องกัน ประเทศกระทำอย่างสมัยก่อนไม่ได้แล้ว จำเป็นต้องมีกำลังทหารเป็นปึกแผ่นและมีการจัดระบบทหารตามแบบยุโรป  ปี พ.ศ. 2431 สมัยสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีการจัดตั้งกองทหารที่เมืองอุบลราชธานี และเมืองจำปาศักดิ์ มีกำลังพลประมาณ 600 นาย เรียกว่า มณฑลลาวกาว

ตลาดสดเทศบาลเมืองอุบลราชธานี หรือ ตลาดใหญ่

ตลาดสดเทศบาลเมืองอุบลราชธานี หรือ "ตลาดใหญ่" ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำมูล ใกล้เชิงสะพานเสรีประชาธิปไตย เป็นตลาดสดที่เก่าแก่ของจังหวัดอุบลราชธานี เป็นแหล่งซื้อขายสินค้าอาหารสด  ทั้งในแบบขายส่งและขายปลีก มีผู้คนไปจับจ่ายซื้อใช้สอยซื้อสินค้าที่ตลาดใหญ่เป็นจำนวนมาก อาคารตลาดสดสร้างเสร็จวันที่ 24 พฤษภาคม 2507 ภายหลังใช้งานได้ 45 ปี อาคารตลาดมีสภาพทรุดโทรมลงจึงได้มีการซ่อมแซมปรับปรุงให้ให้มีความทันสมัย สะอาด ถูกสุขลักษณะ มีสิ่งอำนวยความสะดวก และมีสาธารณูปโภคและสาธารณูปการที่ครบถ้วนขึ้น โดยมีการเปิดใช้อาคารหลังใหม่เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2552  

อาสนวิหารแม่พระนิรมล หรือ วัดโรมัน

อาสนวิหารแม่พระนิรมล (วัดบุ่งกะแทว) เป็นวัดคาทอลิกวัดแรกของภาคอีสาน คนทั่วไปนิยมเรียกว่า “วัดโรมัน” พระสงฆ์คณะมิสซังต่างประเทศแห่งกรุงปารีส เป็นผู้ริเริ่มก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ. 1881 เดิมเป็นวัดเล็ก ๆ  มีสัตบุรุษประมาณ 30 คน ต่อมาเป็นศูนย์กลางของานแพร่ธรรมในภาคอีสานอยู่เป็นเวลายาวนานในอดีต จนกลายเป็นวัดขนาดใหญ่และเป็นวัดศูนย์กลางของสังฆมณฑลอุบลราชธานี ปัจจุบัน มีสัตบุรุษประมาณ 3700 คน  ก่อตั้งโดย พระคุณเจ้า หลุยส์ เวย์ ซึ่งเป็นพระสังฆราชปกครองมิสซังคาทอลิกทั้งในประเทศไทย

โรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราช

โรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราช ได้รับการสถาปนาขึ้นเมื่อวันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2458 โดยกรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ เสนาธิการทหารบก ซึ่งมาตรวจราชการที่มณฑลอุบลราชธานี เป็นประธานประกอบพิธีเปิดและได้ประทานนามโรงเรียนว่า “โรงเรียนตัวอย่างประจำมณฑลอุบลราชธานีเบ็ญจะมะมหาราช” อาคารเรียนหลังที่ 2 ของโรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราช สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2478 ด้วยงบประมาณ 40,000 บาท ออกแบบโดย “พระสาโรจน์รัตนนิมาน” สถาปนิกประจำกระทรวงศึกษาธิการ

ทุ่งศรีเมือง

ทุ่งศรีเมือง เดิมมีชื่อว่า นาทุ่งศรีเมือง เป็นศรีของเมืองอุบลราชธานี ตั้งแต่ครั้งเริ่มตั้งเมือง 200 กว่าปีมาแล้ว ตั้งอยู่ใจกลางเมือง เป็นที่ประดิษฐาน ศาลหลักเมือง ทุ่งศรีเมืองอุบลราชธานี ก่อนปี พ.ศ. 2479 ครอบคลุมพื้นที่โรงเรียนอนุบาลอุบลราชธานีขณะนี้เป็นที่ดินแปลงเดียวกันมาแต่เดิม จนถึงสมัยอำมาตย์เอกพระปทุมเทวาภิบาล (เยี่ยม เอกสิทธิ์) เป็นข้าหลวงประจำจังหวัดอุบลราชธานี (ระหว่าง พ.ศ.2478-2481) ได้ตัดถนนราชบุตร จากถนนศรีณรงค์ถึงถนนพโลรังฤทธิ์ เพื่อสร้างโรงเรียนนารีนุกูล ทุ่งศรีเมืองจึงเหลือเนื้อที่ประมาณ

วัดศรีอุบลรัตนาราม

วัดศรีอุบลรัตนาราม เดิมชื่อ “วัดศรีทอง” เป็นวัดธรรมยุตินิกายวัดหนึ่งในจังหวัดอุบลราชธานี สร้างเมื่อ พ.ศ. 2398 หลังจากสร้างวัดสุปัฏนารามวรวิหารแล้ว 2 ปี สถานที่ตั้งเดิมเป็นสวนของท่านอุปฮาด(โท) (ต้นตระกูล ณ อุบล) บิดาของพระอุบลเดชประชารักษ์ (เสือ ณ อุบล) กรมการเมืองอุบลราชธานี ในอดีต วัดนี้เป็นสถานที่ประกอบพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยาของบรรดาเหล่าข้าราชการในสมัยการปกครองระบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ เป็นวัดที่ประกอบพิธีทำน้ำมุรธาภิเษกในสมัยรัชกาลที่ 6,

วัดสุปัฏนารามวรวิหาร

วัดสุปัฏนารามวรวิหาร ตั้งอยู่ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี เป็นพระอารามหลวงชั้นตรีชนิดวรวิหาร เป็นวัดธรรมยุตวัดแรกในเมืองอุบลราชธานี อยู่ริมแม่น้ำมูล ทางทิศใต้ของศาลากลางจังหวัด เขตเทศบาลเมืองอุบลราชธานี สร้างเมื่อ พ.ศ. 2396 สมัยพระพรหมราชวงศา (พระอุปราชกุทอง) เป็นเจ้าเมืองอุบลราชธานีคนที่ 3 ตรงกับสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 สร้างวัดเสร็จและพระราชทานนามว่า  "วัดสุปัฏนาราม" มีความหมายของคำ