พระบารมีปกเกล้าชาวอุบลราชธานี พ.ศ.2518

วันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ.2518 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิรินธรเทพรัตนสุดา กิติวัฒนาดุลโสภาคย์) และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงเยี่ยมราษฎร ณ โรงเรียนบ้านาแวงและวัดโขงเจียมปุราณวาส อำเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี

พระบารมีปกเกล้าชาวอุบลราชธานี พ.ศ.2514

วันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2514 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามกุฎราชกุมาร (สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ) และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิรินธรเทพรัตนสุดา กิติวัฒนาดุลโสภาคย์) เพื่อทรงประกอบพิธีเปิดเขื่อนสิรินธรและโรงไฟฟ้าลำโดมน้อย อำเภอพิบูลมังสาหาร พระราชทานเครื่องกำเนิดไฟฟ้าให้โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ และทรงเปิดโรงเรียนมูลนิธิศรีอุบลรัตนาราม อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี  

พระบารมีปกเกล้าชาวอุบลราชธานี พ.ศ.2512

วันที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2512 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ และสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามกุฎราชกุมาร (สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณ) เสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์ที่วัดศรีอุบลรัตนาราม ทรงพระราชทานพระพุทธวราราชบพิตรแก่จังหวัดอุบลราชธานี แล้วเสด็จฯประกอบพิธีเปิดโรงพยาบาลประจำจังหวัดสรรพสิทธิประสงค์    

พระบารมีปกเกล้าชาวอุบลราชธานี พ.ศ.2511

วันที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2511 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี (สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี) เสด็จพระราชดำเนินทรงยกช่อฟ้าและตัดลูกนิมิตรผูกพัทธสีมา ณ อุโบสถวัดศรีทอง (วัดศรีอุบลรัตนาราม)       ในการนี้นายวิจัย โกศัลวิชญ์ นายกอุบลวานิชสมาคม ได้นำทูลเกล้าถวายโดยเสด็จพระราชกุศลในนามพ่อค้าชาวอุบลราชธานี จำนวน 62,000

พระบารมีปกเกล้าชาวอุบลราชธานี พ.ศ.2506

วันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2506 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมทหารกองพลน้อยที่ 28 เครือจักภพ ในการฝึกธนะรัชต์ จังหวัดอุบลราชธานี

พระบารมีปกเกล้าชาวอุบลราชธานี พ.ศ.2505

วันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2505 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ เสด็จฯ พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงเยี่ยมทหารมิตรประเทศ ณ จังหวัดอุบลราชธานี

พระบารมีปกเกล้าชาวอุบลราชธานี พ.ศ.2498

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระมหากรุณาธิคุณเสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมราษฎรจังหวัดอุบลราชธานีเป็นครั้งแรกเมื่อ เดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2498 โดยมีกำหนดการเสด็จพระราชดำเนิน ดังนี้ วันพุธที่ 16 พฤศจิกายน 2498 เวลา 08.30 น. เสด็จฯ โดยรถยนต์พระที่นั่งจากที่ประทับจังหวัดร้อยเอ็ดไปหยุดประทับหน้าที่ว่าการอำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ดเพื่อราษฎรได้เฝ้า เวลา 09.00 น. เสด็จฯ อำเภอธวัชบุรี

เขาพระวิหาร

เขาพระวิหาร เป็นชื่อที่คนไทยเรียกและคุ้นเคยกับภูเขาแห่งนี้ สำเนียงเขมรออกเสียงเป็น "เปรี๊ยะ วิเฮียร์" เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ปรากฏชื่อจารึกไว้ว่าภายหลังมีชื่ออื่น ๆ คือ ศรีศิขรีศวรวีราศรม และ ตปัสวีนทราศรม ซึ่งมีผู้สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้แก่ ศิขเรศวร แปลว่า ผู้เป็นใหญ่แห่งภูเขา คือ พระศิวะ และกษัตริย์ขอมได้สร้างปราสาทเสมือนที่ประทับแห่งเทพเจ้าไว้แห่งนี้ คือ ปราสาทเขาพระวิหาร หรือ เทวสถานศรีขรีศวร

แก่งสะพือ

แก่งสะพือ มาจากคำว่า "ซำพือ" (ภาษาส่วย หรือ กูย) แปลว่า งูใหญ่ ตามลักษณะของแก่ง ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลตำบลพิบูลมังสาหาร อำเภอพิบูลมังสาหาร แก่งสะพือเป็นปรากฎการณ์ทางธรรมชาติตามสภาพภูมิศาสตร์ซึ่งมีชื่อเสียงมานานคู่กับจังหวัดอุบลราชธานี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์เคยเสด็จประพาสแก่งสะพือแล้ว ความงดงามของแก่งเป็นแรงจูงใจให้ผู้ประพันธ์เพลงจินตนาการตามธรรมชาติให้นักร้องผู้มีชื่อเสียง เช่น ทูล ทองใจ ขับร้องมาแล้ว ปัจจุบันแก่งสะพือได้รับผลกระทบจากเขื่อนปากมูลทำให้น้ำท่วมแก่ง จึงได้เกิดข้อตกลงร่วมกันคือ เมื่อถึงช่วงเทศกาลสงกรานต์นั้นให้ทางเขื่อนปากมูลปล่อยน้ำออกเพื่อลดระดับน้ำลงจนสามารถชมเกาะแก่งได้ ชาวอุบลราชธานีนิยมไปเที่ยวชมแก่งสะพือกันอย่างคึกคักในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ตำนานสะพือ

โรงแรมเจียวกี่

โรงแรมเจียวกี่ เป็นโรงแรมชั้นหนึ่งของจังหวัดอุบลราชธานีในอดีต เป็นที่พำนักพักพิงและสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของเหล่าทหารอเมริกันที่เข้ามาในช่วงสงครามเวียดนาม ทำให้กิจการมีความรุ่งเรืองมาก ปัจจุบันได้ปรับเปลี่ยนเป็นร้านอาหาร ตั้งอยู่ใกล้กับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอุบลราชธานี