Tagอาญาสี่

การเมืองการปกครองเมืองอุบลราชธานี

เมืองอุบลราชธานีระยะแรกก่อนการปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดินสมัยรัชกาลที่ 5 นั้น มีฐานะเป็นหัวเมืองประเทศราชขึ้นตรงต่อกรุงเทพมหานคร การปกครองบ้านเมืองคงยึดหลักจารีตประเพณีโบราณที่สืบเนื่องกันมาตั้งแต่ครั้งนครหลวงพระบางและเวียงจันทน์ยังเป็นราชธานี ผู้ปกครองสูงสุดของเมืองคือ คณะอาญาสี่ หรือ อาชญาสี่ อันประกอบด้วย เจ้าเมือง อุปฮาด ราชวงศ์ ราชบุตร รวม 4 ตำแหน่ง แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 4 กอง ตามตำแหน่งและประกาศให้ราษฎรมาขึ้นสำมะโนครัวในกองใดกองหนึ่งตามความสนใจ ปี พ.ศ.2434

พิธีทำศพแบบนกหัสดีลิงค์

เจ้าเมืองอุบลราชธานีหรืออาญาสี่ ถือเป็นราชสกุลที่มาจากเมืองเชียงรุ้งแสนหวีฟ้า เมื่อท่านเหล่านี้ถึงแก่อสัญกรรมแล้ว ตามขนบประเพณีให้เชิญศพขึ้นเมรุรูปนกหัสดีลิงค์หรือนกสักไดลิงค์ ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของเจ้านายเมืองเชียงรุ้งแสนหวีฟ้า แล้วชักลากออกไปบำเพ็ญกุศลที่ทุ่งศรีเมืองเป็นเวลา 3 วัน การทำศพแบบนี้จะจำกัดเฉพาะกลุ่มเจ้านายเมืองอุบลราชธานีเท่านั้น มาภายหลังเมื่อกรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์เป็นข้าหลวงต่างพระองค์ปกครองเมืองอุบลราชธานี ให้ยกเลิกประเพณีการเผาศพที่ทุ่งศรีเมือง และอนุญาตให้พระเถระที่มีคุณธรรมเมื่อมรณภาพให้จัดประเพณีการทำศพแบบนกหัสดีลิงค์ได้ด้วย โดยเริ่มจากท่านธรรมบาลผุย หลักคำเมือง เจ้าอาวาสวัดมณีวนาราม และนับเป็นพิธีศพแบบนกหัสดีลิงค์เป็นตัวสุดท้ายที่ได้รับเกียรติให้เผาที่ที่ทุ่งศรีเมือง หลังจากนั้นไม่มีการเผาศพที่ทุ่งศรีเมืองอีกเลย จนกระทั้งปี 2558 ชาวอุบลราชธานีได้รื้อฟื้นพิธีทำศพแบบนกหัสดีลิงค์ขึ้นอีกครั้งในพิธีพระราชทานเพลิงศพ พระเทพกิตติมุนี อดีตเจ้าอาวาสวัดมหาวนาราม ณ เมรุชั่วคราวปราสาทนกหัสดีลิงค์